หมอกำพล's blog

ใต้ร่มโพธิธรรม: ยุติกรรม ยุติทำ ยุติกิจ จบจิต 21 (จบ)

                                  ปฏิจจสมุปบาท
 
       หมายถึง การเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลาย เพราะอาศัยกัน , ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้นพร้อม , ธรรมที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันและกันจึงเกิดมีขึ้น มีชื่อเรียกอย่างอื่นอีก เช่น                     อิทัปปัจจยตา , ธรรมนิยาม , ปัจจยาการ   เริ่มต้นจาก 
 
               เพราะอวิชชา        เป็นปัจจัย          สังขาร จึงมี
               เพราะสังขาร         เป็นปัจจัย          วิญญาณ จึงมี
               เพราะวิญญาณ       เป็นปัจจัย          นามรูป จึงมี
               เพราะนามรูป         เป็นปัจจัย          สฬายตนะ จึงมี
               เพราะสฬายตนะ    เป็นปัจจัย          ผัสสะ จึงมี
               เพราะผัสสะ          เป็นปัจจัย          เวทนา จึงมี
               เพราะเวทนา          เป็นปัจจัย          ตัณหา จึงมี
               เพราะตัณหา          เป็นปัจจัย          อุปาทาน จึงมี
               เพราะอุปาทาน      เป็นปัจจัย          ภพ จึงมี
               เพราะภพ               เป็นปัจจัย          ชาติ จึงมี
               เพราะชาติ              เป็นปัจจัย          ชรา มรณะ จึงมี
 

ใต้ร่มโพธิธรรม: ยุติกรรม ยุติทำ ยุติกิจ จบจิต 20

โดยเฉพาะ “นักปฏิบัติ”ทั้งหลาย หารู้ไม่ว่าเส้นทางที่ตนเองกำลังบำเพ็ญจิต ตั้งใจ-มุ่งมั่นกับการฝึกจิต(ทำใจ)อยู่นั้น เป็นเนื้อหาของ “สังขาร” อันหนึ่งเหมือนกันคือ “อาเนญชาภิสังขาร” นับเป็นจิตตสังขาร หรือ มโนสังขารเช่นกัน
 สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสังสารจักร – สังขารทุกข์ มิใช่เนื้อหาของความดับ แต่มันกลับเป็นเนื้อหาของความเกิดและเป็นปัจจยาการ(สมุทัย)ของการเกิดทุกข์นั่นเอง 

ใต้ร่มโพธิธรรม: ยุติกรรม ยุติทำ ยุติกิจ จบจิต 19

                                           ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
                  เนื้อหาคำตรัสของพระพุทธองค์ที่สำคัญมากและอาจถือได้ว่า เป็นเนื้อหาของสัจจะล้วนๆเลย ก็คือ การแสดงธรรมครั้งแรกของพระองค์ต่อปัญจวัคคีย์ ยังผลให้มีพระสงฆ์องค์แรกเกิดขึ้น ที่รู้จักชื่อท่านว่า อัญญาโกณฑัญญะ มีดวงตาเห็นธรรม หลังจากพระพุทธองค์ได้แสดงธรรมที่ตั้งชื่อให้ภายหลังว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร   โดยแสงสว่างแห่งปัญญาที่เกิดแก่ท่านโกณฑัญญะคือ 
 
                    ยังกิญจิ สะมุทะยะธัมมัง สัพพันตัง นิโรธะธัมมัง ”
    “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา”

ใต้ร่มโพธิธรรม: ยุติกรรม ยุติทำ ยุติกิจ จบจิต 18

กรรมฐาน

            คำอธิบายทั่วไป กรรมฐาน แปลตามรูปศัพท์หมายถึง ที่ตั้งของการกระทำ

                                                         รวมถึง    วิถี วิธีการฝึก – อบรมจิต

ใต้ร่มโพธิธรรม: ยุติกรรม ยุติทำ ยุติกิจ จบจิต 17

สักแต่ว่าความรู้” คือรู้แล้วก็แล้วไป ไร้ประโยชน์ที่จะไปจริงจังด้วยได้กับการรับรู้

 
                           ของจริง ไม่มี(อะไร)  (ว่างอยู่แล้ว)
                                                   ที่มี(อะไร) ไม่ใช่ของจริง 
 
             มี...นั้นมีจริง แต่ไม่ใช่มี...จริง ๆ 
                   จึงเรียกได้ว่าชั่วคราว , มายา , มารยา,มารยาท(ถ้าจริงจังกับมันก็=ทายาทแห่งมาร)
                   สิ่งเหล่านี้มี...เอาไว้ใช้กับโลกสมมติ
                  
                   แง่มุมของความจริง – สัจจะที่ควรรู้ ควรเข้าใจเพิ่มเติมอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่เกี่ยวกับ
 

 


ใต้ร่มโพธิธรรม: ยุติกรรม ยุติทำ ยุติกิจ จบจิต 16

สัพเพธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ

  • ธรรมทั้งหลายทั้งปวงยึดถือไม่ได้        
  • เป็นบทสรุปสุดท้ายของการศึกษา ปฏิบัติก็จริง แต่กลับเป็นสิ่งที่ต้องสำเหนียกหรือคำนึงหรือแยบคายถึงตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว(เรียกว่า “เริ่มกับจบ”คือสิ่งเดียวกัน) ท่านจึงว่า “ไม่ต้องเริ่มเพื่อจบ” ก็เพราะมันจบ(กันเอง)อยู่แล้ว มิฉะนั้นมันจะหลงปฏิบัติ หลงเอา – หลงยึดให้เหนื่อย – หนัก และหนาเน้อ ! เปรียบเหมือนการเดินทางสู่ยอดเขาสูง ระหว่างทางก็ให้เงยหน้ามองยอดเขาไว้เรื่อย ๆ จะได้รู้ว่าไม่หลงทิศ หลงทาง การดำเนินชีวิตก็เป็นเช่นนั้น ให้เราคำนึงถึง ระลึกถึงสัจธรรมเข้าไว้ แล้วจะได้ห่างไกลจากความทุกข์

ใต้ร่มโพธิธรรม: ยุติกรรม ยุติทำ ยุติกิจ จบจิต 15

        สัมมาสติ  ในพระสูตร – ตำรา ท่านหมายเอาถึงสติในสติปัฏฐาน 4

          ความสำคัญของเนื้อหาในสติปัฏฐาน 4 คือ วิปัสสนา(ตัด-จบ) ซึ่งถ้าหากผู้ปฏิบัติไม่เข้าใจกลไกแล้ว การปฏิบัติจะติดตันอยู่ที่ดูดี ดูเหมือนก้าวหน้า  แล้วเข้าใจว่าเจริญวิปัสสนาอยู่
 

ใต้ร่มโพธิธรรม: ยุติกรรม ยุติทำ ยุติกิจ จบจิต 14

กรรมซ้อนธรรมอันเป็นแรงผลักดันของโมหะตัณหา – อุปาทาน จะมีลักษณะวนเวียนอยู่ในรูปแบบของเจตนากรรม ที่มีชื่อเรียกและอาการต่างๆกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น


ใต้ร่มโพธิธรรม: ยุติกรรม ยุติทำ ยุติกิจ จบจิต 13

ทางสายเอก (ทาง – สาย – เอก)
 
Ø เป็นเพียงชื่อว่า “ทาง” แต่โดยความเป็นจริง คือ ไร้-ปราศจาก-ไม่มี
สิ่งที่เป็นทางจริงๆ คือ ไม่มีทาง หรือ ทางไม่มี
Ø สายก็เป็นเพียงคำขยายความของคำว่าทาง เรียกว่าสรรพนาม
Ø เอก หมายถึง หนึ่งเดียว ไม่มีสอง(โท)โดยเนื้อหาคือ ตรงต่อสัจจะ ,ตรงต่อความดับ(นิโรธ) , ตรงต่อพระนิพพาน , ตรงต่อความหลุด ,ตรงต่อความไม่ติด ,ไม่ขัด ,ไม่ข้อง , ไม่คา ตรงต่อไม่ต้อง ตรงต่อไม่ตั้ง , ตรงต่อไม่เนื่องด้วย , ตรงต่อไม่อยู่แล้ว
Ø เอกยังมีเนื้อหา คือ พ้นจากความเป็น ธรรมคู่ เช่น ดี- ชั่ว ถูก- ผิด บุญ- บาป ซ้าย- ขวา ฯลฯ ในความหมาย คือ เหนือโลก หรือพ้นโลก(โลกอุดร,โลกุตตระ)
 

ใต้ร่มโพธิธรรม: ยุติกรรม ยุติทำ ยุติกิจ จบจิต 12

ให้เข้าใจถึงที่สุดของความเป็นจริงไว้เตือนใจตนเองเสมอว่า
 
·       มันวางกันเองอยู่แล้ว
·       ไม่ติดยึดกันเองอยู่แล้ว
·       มันว่างอยู่เองแล้ว
·       มันไม่ใช่อะไรจริง ๆ อยู่แล้ว
·       มันไม่เป็นอะไรจริง ๆ อยู่แล้ว
 

Syndicate content