สัจธรรมจาก Facebook#2
อันนี้จริงๆแล้วไม่ได้ตอบเอาไว้ใน Facebook ครับ แต่ตอบเอาไว้ในเว็บพลังจิตที่ผมเข้าไปเป็นสมาชิก ซึ่งในที่สุุดก็ต้องออกมาเพราะกระแสแห่งสังสารวัฏในนั้นแรงมาก โปรดยาก มีแต่คนทิฏฐิแรงและยังมีกรรมกับการปฏิบัติมาก ต้องปล่อยให้วนใช้กรรมไปก่อน เป็นข้อความที่ผมตอบสมาชิกท่านหนึ่งเอาไว้เรื่องมรรคมีองค์ 8 ครับ
มรรคมีองค์ 8 คือทางพ้นทุกข์ ถ้าไม่ศึกษา ก็จะไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง พ้นทุกข์เพราะอะไร มีเหตุและผลรองรับ วิปัสนาญานคืออะไร การรู้แจ้งคือการตัดหรือไม่?ต้องศึกษาดู
มรรคมีองค์ 8 นั้น คือการถดถอยจากความเป็นสัตว์โลก
สู่ความไม่ยึดเกาะอะไร สู่ความไม่มีอะไร
หมดตัว หมดตน
ซึ่งไม่ต้องศึกษา ไม่ต้องเข้าไปทำเอา
เพราะศึกษา ก็คือ อุปาทานในการปรุงแต่ง การจดจำ
เพราะการเข้าไปทำเอา ก็คือ อุปาทานในจิต ในสติ
แต่ให้วางจากการเอาตัวตนเข้าไปซ้อนในสภาวะธรรมทั้งหลาย
มันก็จะนิโรธเอง
คือไม่ต้องไปยุ่งอะไรลงในกาย ในจิต
แล้วความหลงมันจะดับของมันเอง
เมื่อความหลงดับลง เนื้อหาเดิมแท้ที่ประภัสสรอยู่แล้วจะ "แจ้ง" ออกเอง
ไม่ต้องเข้าไปทำให้แจ้ง มันแจ้งอยู่แล้ว
เพียงแต่ความหลงนั่นแหละที่ไปบังมันเอาไว้
เมื่อนิโรธแล้วนั่นแหละ มรรคจะเดินเองโดยอัตโนมัติ
ไม่ต้องมี "ตัวเรา" เข้าไปเดิน
เพราะมรรคมีองค์ 8 นั้นคือ "อริยมรรค"
เป็นมรรคาแห่งอริยะ เป็นความถดถอยจากความเป็นสัตว์โลก
มันจึงไม่มีตัวตนเข้าไปดำเนิน
การไปปฏิบัติมรรคตรงๆ ไม่ได้ทำให้ใครเป็นอริยะ
แต่เนื้อหาอริยะจะ "แจ้ง" ออกเอง "สว่าง" ออกเอง
เมื่อโมหะอวิชชา "ดับ" ลง
โมหะอวิชชาจะดับได้ก็ต่อเมื่อเข้าใจเนื้อหาสัจธรรมให้ตรง
ความหลงจะคลายออกเอง
เนื้อหาเดิมที่ประภัสสรอยู่แล้ว ก็จะแจ้งออกเอง
นั่นแหละนิโรธ ความดับลงแห่งโมหะอวิชชา
หลังจากนั้นถึงจะเป็นอริยมรรคของจริง
อริยสัจ 4 นั้น พระพุทธองค์ก็แสดงโดยลำดับเอาไว้ดีแล้ว
ไม่ใช่ทำมรรคเพื่อให้ถึงนิโรธ
แต่ให้คลายออกจากสมุทัย คือความหลง
แล้วจะนิโรธเอง ซึ่งนิโรธครั้งแรกจะเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
จากนั้น อริยมรรคจะเดินเอง เพื่อล้างโมหะอวิชชา ความยึดติดที่หลงเหลืออยู่
เปรียบได้ดั่งการเดินออกจากอุโมงค์อันมืดมิด
หากไร้ซึ่งนิโรธครั้งแรกแล้ว ก็จะเหมือนคนเดินดุ่มในความมืด(อันเกิดจากทิฏฐิและปัญญาแบบปุถุชน)เพื่อที่จะหาทางออกจากถ้ำที่ปิดสนิท
- admin's blog
- อ่าน 1406







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น